FB-กองการคณะสงฆ์► http://bit.ly/2vaGOUf

ตอบคำถามผู้สงสัย : กรณีพระใช้ facebook และสื่อโซเชี่ยล ฯ
1.พระใช้ facebook ไม่ผิดหรือ?
ตอบ : ก่อนอื่นต้องถามก่อนว่า ใช้ทำอะไร ถ้าใช้ในทางเผยแผ่พระพุทธศาสนาก็ไม่เป็นบาปกลับเป็นบุญเพราะนำธรรมะมาสอนคนในสื่อเทคโนโลยี ที่คนสมัยใหม่มักไม่มีเวลาอ่านหนังสือธรรมะ ดังนั้นที่พระหรือวัดส่วนใหญ่เปิด facebook ขึ้นมาก็เพื่อให้ญาติโยมที่ไม่มีเวลา หรือมีเวลาส่วนใหญ่อยู่หน้าจอได้อ่านธรรมะทางออนไลน์ นำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ หรือใช้แจ้งข่าวบุญ ร่วมบุญในกิจกรรมงานบุญต่าง ๆ ให้ญาติโยมได้ร่วมบุญ อนุโมทนาบุญร่วมกัน แต่ถ้าพระใช้ในทางที่ผิดเช่น ใช้ในทางลามกอนาจารก็เป็นกรรม และเป็นกรรมหนักด้วย
2.พระบวชแล้วทำไมไม่ละทางโลกโซเชี่ยลฯ
ตอบ : ต้องเข้าใจดังนี้ก่อนว่า พระท่านมีหลายประเภทเช่น พระนักปฏิบัติก็มี ท่านก็จะปลีกวิเวกออกไปจาริกเดินธุดงค์แบกกลดไปตามทางหรือเข้าป่าไปเลย
พระศึกษาปริยัติ ท่านก็จะเรียนตำราคัมภีร์พระไตรปิฎกเพียงอย่างเดียว เพื่อศึกษาและนำมาเผยแผ่ศาสนา
พระนักเผยแผ่ เช่น พระนักเทศน์ พระนักอบรม (จัดโครงการบวชพระ สามเณร อุบาสิกาแก้วฯ หรืออบรมธรรมะให้กับนักเรียน นักศึกษา)
พระธรรมฑูต ที่ถูกนิมนต์ไปยังประเทศต่าง ๆ เพื่อสอนธรรมะและประกาศศาสนา หรือพระที่ท่านเป็นพระนักเผยแผ่ท่านก็มีหลายวิธีเช่น ไปออกรายการโทรทัศน์ เขียนหนังสือ ทำBlog ,website ,facebook เกี่ยวกับธรรมะเป็นของตนเอง หรือของวัดทางสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ดังนั้น จึงเป็นการไม่ผิดที่นำธรรมะมาเผยแผ่ ยังดีกว่าสื่อลามกอนาจารมิใช่หรือ ให้คิดว่าเป็นบุญของเรา แม้เราไมมี่เวลาแต่พระท่านมาโปรดถึงที่หน้าจอ
3.ทำไมเพื่อนที่พระรับ add ไว้ จึงมีเพื่อนที่เป็นผู้หญิงด้วย?
ตอบ : หากว่าพระรับ add แต่ ผู้ชาย ก็เท่ากับว่าการเผยแผ่ธรรมะเป็นการจำกัดเพศ จำกัดบุคคล เพราะโยมสีกาที่เป็นผู้หญิงที่เขามีศรัทธา ขอ add ใน facebook ของพระ เขาก็อยากที่จะสนทนาธรรมะ แล้วอยากที่จะเป็นผู้เข้าใกล้พระรัตนตรัย คือพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ เหมือนกับผู้ชาย แต่หากกลับกันถ้าผู้ถามที่เป็นผู้ชายว่า ถ้าหากเขาไปเกิดเป็นผู้หญิงแล้วมีข้อจำกัดว่าไม่ให้พระแสดงธรรมะแก่เพศหญิง เขาเหล่านั้นอยากที่จะศึกษาธรรมะ แต่ถูกปิดโอกาส จะเป็นเช่นไร ดังนั้นให้บุคคลที่มีเนื้อที่ของใจอันน้อยนิด ทำใจให้กว้างขึ้น
4.แล้วพระเผยแผ่ทางสื่ออื่นไม่ได้หรือ?
ตอบ : ตามความจริงเผยแผ่ได้หลายทาง เช่น ทีวี การเทศน์ หรือออกหนังสือเป็นต้น แต่เราต้องมองความเป็นจริงว่า เราไปฟังธรรมะที่วัดกับพระทุกวัน หรือเรามีเวลาไปถือศีลที่วัดทุกวันหรือไม่? ดังนั้นการเผยแผ่พระพุทธศานาที่ตรงจุดและง่าย ให้กับเด็กเยาวชน หรือคนยุคใหม่ จึงจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยี เช่น ทาง facebook live ออนไลน์เสวนาธรรมะเป็นต้น หากพระจะไปเช่าสถานี ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายสูงมาก หากพระให้คำปรึกษาโยมทางโทรศัพท์ ก็จะมีคนที่จิตอกุศล คิดไปต่าง ๆ นานาอีกว่าพระคุยกับใครเป็นชั่วโมง ดังนั้น การเผยแผ่ธรรมะ ต้องไม่เป็นการเดือดร้อนผู้เผยแผ่เองและผู้อื่นด้วย
5.ทำไมพระบางรูปจึงออนไลน์ facebook ดึก ๆ?
ตอบ : พระบางรูปท่านอาจอยู่ต่างประเทศ เวลาไม่ตรงกันจึงออนดึกได้ บางกรณีตอนเช้าต้องไปเรียน ปฎิบัติศาสนกิจ หรือมีกิจนิมนต์ถึงเย็น กลับมากว่าจะสรงน้ำ สวดมนต์ทำวัตรเย็น นั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรม หรือทำงานที่ได้รับมอบหมายจนดึก บางทีต้องหาข้อมูลงานทางอินเตอร์เน็ต จึงออนไลน์ facebook ในช่วงที่ยังไม่จำวัตรนั่นเอง ตีสามตีสี่ ก็ต้องตื่นมาทำวัตรสวดมนต์ บิณฑบาตตามปกติเป็นอย่างนี้ทุกวัน ดังนั้นเราจึงไม่ควรด่วนสรุปว่าทำไมท่านจึงยังไม่จำวัตรพักผ่อนเสียที่ ว่าทำไมท่านไม่ออนไลน์ facebook ในตอนกลางวัน คำตอบที่ตอบมานี้คงคลายข้อสงสัยอยู่ได้บ้าง
สรุปคือ หากพระท่านใช้สื่อโซเชียลฯ ในทางที่ดีงาม สอนจริยธรรม ศีลธรรม และให้ความรู้ทางด้านพระพุทธศาสนาก็เป็นสิ่งดีเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจทั่วไปมิใช่หรือ? แต่มีข้อที่น่าให้คิดว่าทำไม เมื่อพระออกมาในสื่อเผยแผ่ออนไลน์หรือโซเชี่ยลฯ จึงมีคนโจมตีมากมายทั้ง ๆ ที่ใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ แก่คนทั่วไป แต่ทำไมสื่อลามกอนาจารมากมายที่เหตุของ กาม ตัณหา ราคะ ทำให้เกิดภัยสังคมมากมาย จึงมีคนส่วนน้อยที่ออกมาโจมตี หรือวันนี้ จริยธรรมในใจคนนั้นหายไป !!?
CR. P.nopparat
-------------------------------------------------
เพราะโยมแปลคำว่า ภิกษุ ผิดไป
(พูดเรื่องอะไรดูที่ภาพประกอบ)
.
ภิกษุ ไม่ได้แปลว่าผู้สงบ
ภิกษุ คือ ผู้ขออันประเสริฐ
.
เพราะเมื่อผู้ถูกภิกษุขอข้าวจากใครแล้ว หากผู้นั้นให้ข้าว ให้น้ำ ให้ที่อยู่อาศัยแล้วไซร้ ชีวิตของผู้ให้ก็ยกระดับจากความเห็นแก่ตัว ไปเป็น การเห็นแก่มนุษยธรรม
.
ส่วนคำว่า สมณะ นั้นเล่า คือผู้สงบ
สมณะนี้ เป็นพราห์มณ์ก็ได้ หรือนักบวชศาสนาใดก็ได้ ที่งดเว้นจากบาป จัดว่าเป็นผู้สงบจากการเบียดเบียน
.
เฉพาะที่โยมบอกว่า
ภิกษุ คือ ผู้เห็นภัยในวัฏฏะสงสาร
ข้อนี้โยมพูดถูกต้อง
.
แต่ทำไมโยมถึงรู้ล่ะ ? ลูกหลานโยมจะรู้เหมือนโยมไหม ถ้าพระท่านไม่มานั่ง facebook live ให้ดูผ่าน โทรศัพท์มือถือ ?
.
คนไทย ชาวพุทธบางส่วนอาจเข้าใจผิดว่า บทบาทของพระนั้นคือ #ต้องอยู่อย่างสงบ
.
ทั้งๆ ที่ในหลักธรรมคำสอน โดยเฉพาะ สังฆคุณ 9 จะเห็นว่าแต่ละข้อเน้นประโยชน์ตน และเน้นประโยชน์แก่มหาชน ทั้งสิ้น ไม่เห็นปรากฎว่า ต้องเน้นสงบ ใน 9 ข้อนี้
.
ข้อที่ว่า #พระต้องมีความสงบ นี้ อยากให้มองอย่างจำแนกแยกแยะว่า พระท่านสามารถจัดสรรเวลาตามสะดวกของท่านได้เองว่า จะต้องปลีกตัวไปแสวงหาความสงบเวลาใด
ถ้าโยมมองแค่ว่า
.
ท่านใช้ facebook เท่ากับไม่สงบ ?!.
.
ตรงนี้ เป็นเพียงทัศนคติของโยมคนเดียว แต่มิใช่ข้อเท็จจริงที่พระท่านเป็น
.
โยมเชื่อและปักใจเพียงในสิ่งที่ตามองเห็น แต่โยมไม่เน้นสัมผัสอย่างเข้าถึง ใช่หรือเปล่า
.
แล้วนี่มาพูดเรื่องความสงบ ซึ่งเป็นเรื่องลึกซึ้งเข้าไปข้างในจิตใจ มองกันไม่เห็น แต่โยมด่วนตัดสินเลยหรือ
โยมคิดว่า ทัศนคติ , ความเชื่อ ของโยม ยังปกติดีอยู่หรือ ?
.
มองไปที่บทบาทของพระ ตามหลัก #องค์แห่งธรรมกถึก (ทำ-มะ-กะ-ถึก) ข้อปฏิบัติในการพูดสอนคน ที่พระต้องมี ก็เป็นองค์ประกอบเดียวกันกับ หลักการพูดในที่ชุมชน หรือการปรากฏตัวต่อสาธารณชน
.
ย่อมบ่งบอกหน้าที่ชัดเจนอยู่แล้วว่า พระต้องใช้ ปัจจัยปัจจุบัน ที่เอื้ออำนวยในการสอนหลักธรรม ไม่ใช่ยึดติด จารีตหรือแนวคิดเก่าที่ขัดต่อวัตถุประสงค์หลัก
.
เทคโนโลยีเป็นของดีต่อมวลมนุษยชาติ ใช้ทำประโยชน์ได้ เฉกเช่นในอดีต ที่พระและฆราวาส ช่วยกันจากรึกคำสอนลงในใบลาน นั่นคือเทคโนโลยีเก่าแก่
.
แต่ยุคปัจจุบัน ท่านจารึกคำสอนลงใน Database ของ Facebook (งงมั้ย?)
.
โยมเป็นอะไรของโยมหนักหนา ถึงได้กลัวการเปลี่ยนแปลง ทั้งๆที่โยมก็รู้ว่าโลกนี้ไม่มีอะไรเที่ยง
.
อย่าโหยหาอดีต อย่ากลัวอนาคต อยู่กับปัจจุบันขณะเถิดโยม (แซะมากไป ขออภัย)
.
โดยสรุปแล้ว หน้าที่พระ ไม่ใช่แค่เข้าป่า หลบหน้าจากสังคมไปหาความสงบตามที่เข้าใจกัน
.
แต่นอกเหนือจากการปลีกวิเวกแล้วก็มีการเข้าหาชุมชน เพื่อเผยแผ่ปริยัติธรรม สร้างสาธารณะประโยชน์ และ สอนสมาธิด้วย
.
หากว่า พระภิกษุ งดเข้าหาเทคโนโลยี
ทำไม ประวัติศาสตร์สยาม ถึงมีโรงเรียนวัด ก่อนเกิดสถาบันการศึกษาซะด้วยซ้ำล่ะ
สังคมไทยขาดพระไม่ได้หรอกครับ
โยม อุบาสก อุบาสิกา อยู่ที่ไหนพระก็ต้องอยู่ที่นั่น .....
....ไม่งั้น บริษัท ก็อยู่ไม่ได้
ปล. พูดถึง พุทธบริษัท 4 น่ะ โยมเข้าใจแก่นของคำนี้หรือยัง ?
------
Thai Monks
12-7-2557
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น